พหุลักษณ์แห่งฆาตกรรม

 แบบที่หนึ่ง เป็นความรุนแรงของรัฐซึ่งเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปและถูกเรียกว่า ‘วิสามัญฆาตกรรม’ (extrajudicial killing หรือ extrajudicial execution) อันหมายถึงการเสียชีวิตของบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นผลมาจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือการตายของบุคคลที่อยู่ภายใต้การควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งอ้างว่าเป็นการปฏิบัติราชการ เช่น การยิงผู้ต้องสงสัยจนเสียชีวิตในระหว่างการเข้าจับกุม หรือผู้ต้องหาตายในระหว่างการควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นต้น

การวิสามัญฆาตกรรมในสังคมไทยมักเกี่ยวพันอย่างมากกับนโยบายหรือการกำหนดทิศทางของรัฐบาล เช่น ในยุคที่รัฐบาลประกาศสงครามกับยาบ้าก็จะพบว่ามีการวิสามัญฆาตกรรมกลุ่มผู้ที่ถูกกล่าวอ้างว่าเกี่ยวพันกับยาเสพติดเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก หรือกรณีการวิสามัญฆาตกรรมผู้ต้องสงสัยว่าเป็น ‘ผู้ก่อความไม่สงบ’ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ก็มีความสัมพันธ์อย่างยิ่งต่อแนวทางการจัดการในพื้นที่ของรัฐบาล

หากกล่าวอีกนัยหนึ่ง การใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐในการวิสามัญฆาตกรรมก็เป็นการฆาตกรรมประเภทหนึ่งที่มีเป้าหมายรองรับ หรือในงานศึกษาความรุนแรงของรัฐได้เรียกว่า ‘การฆ่าโดยมีเป้าหมาย’ (targeted killing)

แต่พึงต้องตระหนักว่าการกำหนดเป้าหมายที่นำมาสู่การปลิดชีวิตผู้คนนั้นมิได้เป็นการชี้เป้าในเชิงปัจเจกที่เป็นบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่หากเป็นผลมาจากนโยบายของรัฐซึ่งกำหนดว่ามีการกระทำในรูปลักษณะใดที่ถูกจัดว่าเป็น ‘ภัย’ ในระดับรุนแรง การจัดประเภทการกระทำให้เป็นภัยต่อรัฐก็จะนำมาซึ่งการเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่รัฐไม่ว่าตำรวจหรือทหารสามารถใช้ความรุนแรงต่อประชาชนได้โดยปราศจากการตรวจสอบ หรือหากตรวจสอบว่าเป็นความผิดก็อาจไม่มีการลงโทษอย่างรุนแรงเกิดขึ้น

ฆาตกรรมอีกประเภทหนึ่งที่สัมพันธ์กับการใช้อำนาจรัฐอย่างมากแต่อาจไม่มีพยานหลักฐานมายืนยันได้แน่ชัด หรืออาจเรียกว่า ‘ฆาตกรรมนอกระบบ’ เช่น การลอบสังหารบุคคลสำคัญ, การอุ้มหายผู้ที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับอำนาจรัฐ ซึ่งอาจเกิดได้ทั้งภายในประเทศและนอกประเทศเฉพาะที่มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน เป็นต้น แต่การฆาตกรรมในลักษณะนี้อาจเป็นสิ่งที่อยู่พ้นไปจากบรรทัดฐานที่จะกล่าวอ้างในทางสาธารณะได้อย่างชัดเจน จึงทำให้ต้องมีความพยายามในการ ‘จัดฉาก’ หรือกลบเกลื่อนร่องรอยให้มากที่สุด รวมทั้งปฏิเสธการมีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐ

แต่เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าฆาตกรรมเช่นนี้ยากจะเกิดขึ้นหากหน่วยงานรัฐไม่ให้ความร่วมมือและมีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งมิใช่เป็นการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐในธรรมดาๆ โดยลำพัง หากเป็นอำนาจรัฐในระดับสูงที่สามารถประสานให้กลไกรัฐทั้งหมดทำงานหรือหยุดทำงานได้อย่างพร้อมเพรียง การลอบสังหารอดีตผู้นำเสื้อเหลืองกลางเมืองเมื่อหลายปีก่อนโดยจับมือใครดมไม่ได้เป็นตัวอย่างตำตาจนกระทั่งทุกวันนี้

เห็นได้ชัดเจนว่าฆาตกรรมนอกระบบมักจะเกิดอย่างบ่อยครั้งภายใต้ห้วงเวลาที่การเมืองตกอยู่ภายใต้ระบอบอำนาจนิยม

นอกจากการตายของผู้คนในลักษณะดังกล่าว ก็ยังปรากฏการเสียชีวิตในลักษณะอื่นซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งเป็นกรณีของ ‘ฆาตกรรมเชิงโครงสร้างอำนาจภายใน’ อันเป็นการเสียชีวิตของผู้คนที่สัมพันธ์กับกลไกในอำนาจรัฐอย่างชัดเจน เช่น การเสียชีวิตของทหารชั้นผู้น้อยหรือทหารเกณฑ์ในค่ายทหาร, การเสียชีวิตของนักเรียนนายร้อยในระหว่างการฝึกซ้อม เป็นต้น

การเสียชีวิตประเภทนี้อาจไม่ได้เป็นการ ‘ฆาตกรรม’ ซึ่งถูกกำกับโดยนโยบายของรัฐบาล หรือนโยบายอันเป็นทางการของหน่วยงานความมั่นคง บุคคลที่มีส่วนต่อการฆาตกรรมก็อาจเป็นเจ้าหน้าที่ในระดับทั่วไปได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้มีอำนาจระดับสูง เมื่อเกิดการฆาตกรรมในลักษณะนี้ขึ้นก็มักจะมีการชี้แจงว่าเป็นการกระทำที่มีสาเหตุมาจากส่วนตัว หรือเกิดขึ้นเพราะเป็นความบกพร่องเฉพาะบุคคลโดยที่ไม่ได้เป็นนโยบายหรือความต้องการของหน่วยงานนั้นๆ

ลองนึกถึงคำอธิบายที่มีต่อกรณีนักเรียนเตรียมทหารซึ่งเสียชีวิตจากการ ‘ซ่อม’ ของนักเรียนรุ่นพี่เมื่อ พ.ศ. 2560 การลงโทษต่อรุ่นพี่ในประเพณีซ่อมนักเรียนรุ่นน้องก็เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการปฏิเสธถึงความเกี่ยวข้องของอำนาจรัฐ

อย่างไรก็ตาม แม้อาจไม่ได้ถูกกำหนดด้วยนโยบายรัฐจนกลายเป็นเป้าหมายแห่งความรุนแรง แต่การฆาตกรรมเหล่านี้เป็นผลมาจากโครงสร้างอำนาจที่ดำรงอยู่ภายในองค์กรนั้น โดยผู้ถูกกระทำต้องตกอยู่ในสถานะของอีกฝ่ายหนึ่งแบบไม่อาจต่อรองได้ ดังเช่น ระหว่างนายทหาร-ทหารชั้นผู้น้อย, ผู้บังคับบัญชา-ผู้ใต้บังคับบัญชา, รุ่นพี่-รุ่นน้อง ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้ความรุนแรงในแบบที่ถึงแก่ชีวิตให้สามารถเกิดขึ้นได้

ต้องไม่ลืมว่าการเสียชีวิตของผู้คนที่ปรากฏให้เห็นก็เป็นเพียงส่วนบนของภูเขาน้ำแข็งที่ยังคงมีความรุนแรงอีกมากมายที่ถูกซุกซ่อนอยู่ไว้ข้างล่าง

https://ac3d9bd9b2ba8de581a635b6ef5c78c0c7f03.blogspot.com/2026/01/blog-post_5.html

ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการครับ ชึ้นอยู่กับผู้ว่าและผู้บังคับบัญชา แจ้งไว้ ณ ที่นี้ครับ

สามารถตรวจสอบได้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติครับ ผม พันตำรวจโทวิศิษฎ์ ทองโท้ สวป แห่งชาติ 

ไม่ให้ความร่วมมือสนับสนุนไม่เป็นไรครับ แจ้งไว้ ตรับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผกก.สภ.โคกงาม คนเยอะขอโทษด้วยครับ สวยไปหน่อยตรับ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตาปูน

บางเชอร์